วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2551

ปัญหาสังคมจากเทคโนโลยีสารสนเทศ จริยธรรม และกฎหมาย

ในยุคสารสนเทศนี้มนุษย์ได้รับประโยชน์มหาศาล ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์และก่อปัญหาสังคมอย่างมากมาย
1.ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
สามารถวิเคราะห์ทัศนคติจ่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ในมุมมองที่แตกต่างกันได้ดังนี้
1.1มุมมองว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือที่มีเพื่อให้มนุษย์บรรลุวัตถุประสงค์
ต้องวิเคราะห์ความเข้าใจถึงผลกระทบทางสังคมจาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
เทคโนโลยีเป็นตัวกำหนดการคิดและการกระทำของมนุษย์ ต้องวิเคราะห์และทำความเข้าใจถึงผลกระทบทางสังคมจากการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน
1.2มุมมองว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและสังคมต่างมีผลกระทบซึ่งกันและกัน
สังคมมีผลกระทบต่อเทคโนโลยีอาศัยแรงขับเคลื่อนทางวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีส่งผลต่อสังคมเช่นกัน ทำให้รูปแบบการสื่อสารของสังคมเปลี่ยนไป เทคโนโลยีสารสนเทศและสังคม ต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเป็นผลจากกระบวนการที่ซับซ้อนและลึกซึ้งทางสังคม
1.3มุมมองว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นกลไกลในการดำรงชีวิตของมนุษย์
เช่นการติดต่อสื่อสารของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ต้องพึงพาเทคโนโลยี แต่เทคโนโลยีที่มีความเสถียรจะเป็นทางเลือกและมนุษย์จะใช้เป็นกลไกลในการดำรงชีวิต
2.แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
มนุษย์ได้แปลงปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เป็นปัญหาของตน ให้มาอยู่ในรูปแบบที่เป็นปัจจัยนำเข้าในลักษณะต่างๆจะถูกประมวลให้เป็นสารสนเทศที่มนุษย์สามารถนำไปสร้างเป็นความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป
2.1ใช้แนวทางสร้างจริยธรรม ผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ จะไม่สร้างความเดือดร้อนเสียหายต่อผู้อื่น ในขณะเดียวกันยังตั้งใจทำกิจกรรมเสริมสร้างความดีและเป็นประโยชน์
2.2สร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเอง ไม่ลุ่มหลงกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งมากเกินไป คิดไตร่ตรองให้รอบคอบ
2.3ใช้แนวทางควบคุมทางสังคมโดยใช้วัฒนธรรมที่ดี วัฒนธรรมที่ดีขึ้นสามารถควบคุมและแก้ปัญหาได้ เป็นสิ่งจำเป็นในยุคสารสนเทศ
2.4การสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมชุมชน พึงตระหนังถึงความอันตรายที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสารสนเทศและหาทางป้องกันอันตรายต่างๆ
2.5ใช้แนวทางการเข้าสู่มาตรฐานการบริหารจัดการการให้เทคโนโลยีสารสนเทศ องค์กรต่างๆได้นำเสนอมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ
2.6ใช้แนวทางการบังคับใช้ด้วยกฎ ระเบียบและกฎหมาย
3.ประเด็นพิจารณาการใช้จริยธรรมเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยี
3.1ผลกระทบจากเทคโนโลยีสารสนเทศและทฤษฎีเรื่องจริยธรรม
ในเรื่องค่านิยม จุดยืน และที่บุคคลพึงมีพึงได้ ต่อสิทธิในความเป็นส่วนตัวของมนุษย์
3.2เทคโนโลยีสารสนเทศกับจริยธรรมและการเมือง
เทคโนโลยีสารสนเทศและสังคมต่างก็ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน ได้สะท้อนถึงความสำคัญของจริยธรรมที่สำคัญของจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
3.3เทคโนโลยีสารสนเทศกับจริยธรรมและความเป็นมนุษย์
การโต้ตอบสื่อสารผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถที่จะสร้างหรือกำหนดตัวตนขึ้นมาในโลกเสมือนอย่างไร้พรมแดน ผู้คนสามารถสร้างตัวตนในโลกเสมือนได้ไม่จำกัด
4.การใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
เป็นทางแก้ปัญหาที่ถูกต้องและยั่งยืนที่สุด โดยมีการกรอบสาระของกฎหมายในเรื่องต่างๆดังนี้
ก.กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มุ่งเน้นให้การคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัว
ข.กฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ มุ่งเน้นให้ความคุ้มครองสังคมจากความผิดที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร
ค.กฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มุ่งเน้นให้การคุ้มครองการทำธุรกรรมผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ง.กฎหมายการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยการให้มีการทำนิติกรรมสัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ได้
จ.กฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่คู่กรณีในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการลงลายมือชื่อ
ฉ.กฎหมายการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคด้านการโอนเงิน
ช.กฎหมายโทรคมนาคม เพื่อจัดการเปิดเสรีให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ
ซ.กฎหมายระหว่าประเทศ องค์การระหว่างประเทศ
ฌ.กฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับระบบอินเตอร์เน็ต
ญ.กฎหมายพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2551

ปัญหาที่เกิดจากคอมพิวเตอร์และมาตรการควบคุม

1. รู้และเข้าใจว่าทำไมต้องให้ความสนใจในเรื่องความปลอดภัยในด้านปกป้องข้อมูลเมื่อใช้อินเทอร์เน็ต

- Denial of Service คือการโจมตี เครื่องหรือเครือข่ายเพื่อให้เครื่องมีภาระงานหนักจนไม่สามารถให้บริการได้ หรือทำงานได้ช้าลง
- Scan คือวิธีการเข้าสู่ระบบโดยใช้เครื่องมืออัตโนมัติหรือเป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อ scan สู่ระบบ
- Malicious Code คือการหลอกส่งโปรแกรมให้โดยจริงๆแล้วอาจเป็นไวรัส เวิร์ม และม้าโทรจัน และถ้าเรียกโปรแกรมนั้น โปรแกรมที่แอบซ่อนไว้ก็จะทำงานตามที่กำหนด

2. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Viruses)
หมายถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือชุดคำสั่ง ที่มนุษย์เขียนขึ้นมาเพื่อรบกวนการทำงานหรือทำลายข้อมูล

เราสามารถแบ่งไวรัสคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นสองชนิดใหญ่ๆ ได้แก่
1. Application viruses จะมีผลหรือมีการแพร่กระจายไปยังโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ อาทิเช่น โปรแกรมประมวลคำ (Word processing) หรือโปรแกรมตารางคำนวณ เป็นต้น การตรวจสอบการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ทำได้โดยดูจากขนาดของแฟ้ม (File size) ว่ามีขนาดเปลี่ยนไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน ถาแฟ้มมีขนาดโตขึ้น นั่นหมายถึงแฟ้มดังกล่าวอาจได้รับการติดเชื้อจากไวรัสชนิดนี้
2. System viruses ไวรัสชนิดนี้จะติดหรือแพร่กระจายในโปรแกรมจำพวกระบบปฏิบัติการ (Operating systems) หรือโปรแกรมระบบอื่นๆ โดยไวรัสชนิดนี้มักจะแพร่เชื้อในขณะที่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์



เวอร์ม (Worm)
เวอร์มหรือมาโครไวรัส (Macro virus) หมายถึงโปรแกรมซึ่งเป็นอิสระจากโปรแกรมอื่นๆ โดยจะแพร่กระจายผ่านเครือข่ายไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ที่อยู่บนเครือข่าย


โลจิกบอมบ์ (Logic bombs) หรือ ม้าโทรจัน (Trojan Horses)
หมายถึงโปรแกรมซึ่งถูกออกแบบมาให้มีการทำงานในลักษณะถูกตั้งเวลาเหมือนระเบิดเวลา โลจิกบอมบ์ชนิดที่มีชื่อเสียงหรือมักกล่าวถึง มีชื่อว่า ม้าโทรจัน และถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นชื่อของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบมาให้แฝงตัวเองเข้าไปในระบบและจะทำงานโดยการดักจับเอารหัสผ่านเข้าสู่ระบบต่างๆ และส่งกลับไปยังเจ้าของหรือผู้ส่ง



ข่าวไวรัสหลอกลวง (Hoax)
เป็นไวรัสประเภทหนึ่งซึ่งมาในรูปของการสื่อสารที่ต้องการให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์เข้าใจผิด มักถูกส่งมาในรูปแบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ข่าวไวรัสหลอกลวงมักมีผลต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมาก การส่งข้อความต่อๆกันไปผ่านทางโปรแกรมรับส่งข้อความ


แนวทางหรือมาตรการในการป้องกัน
1.การกำหนดแนวปฏิบัติหรือมาตรการในการป้องกัน
2.การป้องกันโดยซอฟต์แวร์มีทั้งแบบซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์และซอฟต์แวร์ที่แจกฟรีเช่น-ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์-การเข้าและถอดรหัส

3. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Phishing
คือการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตอย่างหนึ่ง โดยผู้ที่ทำการหลอกลวงซึ่งเรียกว่า Phisher จะใช้วิธีการปลอมแปลงอีเมล์ติดต่อไปยังผู้ใช้อินเตอร์เน็ต โดยหลอกให้ผู้ใช้เข้าใจว่าเป็นจดหมายจากองค์กร หรือบริษัท


วิธีป้องกันและรับมือกับPhishing
1.ระวังอีเมลล์ที่มีลักษณะให้กรอกข้อมูลส่วนตัว
2.หากต้องทำธุรกรรมใดๆควรไปที่Website
3.ไม่ควรคลิก hyperlink จากบุคคลที่ไม่รู้จัก
4.ติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบไวรัส
5.ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงช่องโหว่
6.ในกรอข้อมูลสำคัญควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นWebsite ที่ถูกต้องปลอดภัย
7.ควรตรวจสอบข้อมูลต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ต


4. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไฟร์วอลล์
มาตรการหนึ่งที่ใช้ต่อสู้กับไวรัสคือ ไฟร์วอลล์ อินเทอร์เน็ตมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมยุกโลกาภิวัฒน์เป็นอย่างมาก โดยผู้คนเหล่านั้นต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายของตนเองกับอินเตอร์เน็ตเพื่อที่จะได้รับประโยชน์ต่าง ๆ



5. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Proxy
เพื่อป้องกันระบบ Intranet ให้ปลอดภัย อาจมีการนำ Proxy เข้ามาทำงานร่วมกับไฟร์วอลล์ โดยเป็นการติดต่อผ่าน Proxy Server



6. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Cookies

Cookie คือแฟ้มข้อมูลชนิด text ที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ทำการจัดเก็บไว้ที่ฮาร์ดดิสค์ของผู้ที่ไปเรียกใช้งานเว็บเซิร์ฟเวอร์นั้น จะเป็นข้อมูลที่เราเข้าไปป้อนข้อมูลหรือมีการทำธุระกรรม ต่างๆ

7.มาตรการการควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตจากภัยคุกคามด้านจริยธรรม
นโยบายจากกระทรวง ICT ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ
1. ICT gate keeper เฝ้าระวังพิษภัยอินเตอร์เน็ตบนเครือข่ายและองค์กรเชื่อมต่อระหว่างประเทศ
2.house keeper ทำเป็นแผ่นซีดีรอมแจกฟรี


8. การยศาสตร์หรือเออร์กอนอมิกส์ (Ergonomics)
ปัญหาด้านสุขภาพนับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรใส่ใจ เมื่อมีการใช้คอมพิวเตอร์นั้นอาจจะนำมาซึ่งโรคร้ายแรงต่าง ๆ ได้ ซึ่งอาจเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จะต้องปฏิบัติตนให้ถูกต้องเหมาะสมเพื่อป้องกันอาการผิดปกติต่อร่างกายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2551

ซอฟแวร์เพื่อสังคม

คือ ซอฟแวร์ที่ทำให้ผู้คนทำงานรวมกันโดยมีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนกลาง ซอฟแวร์สังคมนี้เกิดจากการรวมระหว่างโปรแกรมเมอร์และกลุ่มคนทางสังคมที่ให้ความสนใจในประเด็นที่ต่างกันออกไป

ชนิดของเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร

1.เครื่องมือเพื่อการสื่อสาร

2.เครื่องมือเพื่อสร้างการจัดการความรู้

3.เตรื่องมือเพื่อการสื่อสารแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ

-เครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสาร 2 ฝ่ายไม่พร้อมกันคือ ไม่จำเป็นต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์พร้อมกัน

-เครื่องมือที่ช่วยในการสื่อสารคน2คนหรือเป็นกลุ่ม เช่น การสนทนาผ่านโปรแกรมแชท msn เป็นต้น

ตัวอย่างเครื่องมือทางสังคมต่างๆ

1.blog คือ การบันทึกบทความของตัวเองของตัวเองลงบนเวบไซต์ จุดเด่นที่สุดของ blog ก็คือสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียน blog และผู้อ่าน blog

2.Internet forum ทำหน้าที่คล้ายกับ bulletin board newsgroup

ประเด็นที่เป็นที่นิยมของฟอรั่มทั่วไปมีเทคโนโลยีเกมส์คอมพิวเตอร์และการเมือง เป็นต้น

3.wiki เป็นสารานุกรมสาธารณะที่ทุกคนสามารถใส่ข้อมูลลงไปได้ รับรองมากกว่า 70 ภาษา

4.Instant messaging เป็นการอนุญาติให้มีการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลบนเครือข่ายเป็นแบบ relativeprivacy
5.ปัจเจกวิธานแบ่งออกเป็น 3 แบบคือ
ค้นหาในเนื้อความเ
เรื่องเนื้อหาตามลำดับเวลา
แยกตามกลุ่มประเภท